ทำงานประจำให้รักงานได้ “แต่อย่ารักบริษัท”

พวกเราทำงานประจำกันอย่างไร เราทำงานอย่างหนักจนไม่มีเวลาให้คนรอบข้าง

เรารักงานที่เราทำ เรารักบริษัทที่เราทำ แต่รู้ไหมว่าบริษัทที่คุณถวายชีวิตทำงานให้

ไม่เคยรักคุณกลับเลย ดังนั้นเรามาปรับความพอดีในการทำงานกันเถอะ

แนวคิดสำหรับพนักงานประจำที่กำลังทำงานถวายชีวิต หามรุ่งหามค่ำให้กับบริษัท ด้วยความรักบริษัท

และต้องการความก้าวหน้า แต่ปัญหาคือเมื่อคุณเจ็บป่วย หรือมีปัญหาชีวิตขึ้นมา

บริษัทไม่เคยมีหน้าที่ จะไม่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือคุณ และพร้อมจะหาคนใหม่มาแทนคุณได้ทันที

แต่เป็นครอบครัว คนรัก และเพื่อน ที่จะเข้าช่วยเหลือคุณ ดังนั้นเราจึงอยากแนะนำให้คุณรักในงานของคุณได้

แต่อย่ารักบริษัทที่คุณทำมากเกินไป จงแบ่งเวลาและกลับบ้านตรงเวลา

อย่าทุ่มเวลาทั้งชีวิตให้กับบริษัทเพียงอย่างเดียว เพราะเหตุผลเหล่านี้

1 งานเป็นอะไรที่ทำเท่าไหร่ก็ไม่มีวันหมด

ถึงคุณจะพยายามทำมันให้หมดทั้งคืน พรุ่งนี้คุณก็จะต้องเจอกับงานอื่นอีก

2 การเอาใจใส่ลูกค้าที่มีอยู่มากมายของคุณเป็นเรื่องที่ดีสำหรับบริษัท

แต่การเอาใจใส่ครอบครัวและคนรักของคุณ ก็สำคัญมากเช่นกันและมีเพียงคุณคนเดียวเท่านั้นที่ทำได้

3 เมื่อคณมีความรัก หรือมีปัญหาชีวิต

บริษัท, ท่านประธานกรรมการ, CEO, Director หรือลูกค้าสุดที่รักของคุณ

ไม่สนใจที่จะช่วยเหลือคุณในเรื่องชีวิตส่วนตัว แต่คนที่ช่วยอยู่เสมอคือครอบครัวและเพื่อนของเรา

4 ชีวิตไม่ได้มีงานลูกค้า และหัวหน้าเท่านั้น แต่การเข้าสังคม พบปะผู้คน พักผ่อน ออกกำลังกาย

ก็เป็นส่วนสำคัญในชีวิตเช่นกัน อย่าปล่อยให้ชีวิตของคุณต้องว่างเปล่า บริษัทไม่เคยคิดจะอยู่ข้างคุณ นอกเวลางานอยู่แล้ว

5 บริษัทไม่ได้มองคนที่ทำงานถึงดึกทุกคืนว่าเป็นคนขยัน

แต่บริษัทจะมองว่าคุณเป็นพนักงานที่ไม่มีประสิทธิภาพ ไม่สามารถทำงานให้เสร็จภายในเวลางานได้

6 ถ้าคุณมีงานเยอะมาก

และต้องทำงานดึกเป็นประจำเพราะทำไม่ทัน อย่าคิดว่าเป็นเพราะคุณไร้ความสามารถ

แต่เป็นเพราะหัวหน้าของคุณต่างหาก ที่ไร้ความสามารถในการบริหารงาน

พวกเราเป็นมนุษย์ ไม่ใช่เครื่องจักรครับ ดังนั้นในชีวิตของเราต้องมีอะไรมากกว่า ทำงานให้เสร็จ

เพื่อแลกกับเงินเดือนเท่ากันทุกเดือน ไม่ว่าคุณจะทำงานเยอะขึ้นไหน

จะอยู่ดึกไหนเมื่อถึงวันนึงที่ร่างกายคุณเหนื่อยล้า เจ็บป่วย ไปทำงานไม่ได้ ใครกันแน่ที่อยู่ข้างเรา…

ถ้าคุณเห็นต่างจากนี้ มันก็ไม่ผิดหรอก เพราะถ้าคุณเจอบริษัทดี ตำแหน่งดี มีเจ้านายคอยเทคแคร์ มีปัญหาอะไรก็ช่วยเหลือ

มันก็ดีไป…

แต่เชื่อเถอะ…ใช่ว่าทุกคนจะเจองาน, ตำแหน่ง หรือบริษัทดี เหมือนคุณ

มันก็ไม่ผิดเช่นกัน…ที่บทความนี้

จะทำให้พวกเขาจะหันมารักตัวเองบ้าง…

บริษัท ต้องการงานและเงิน ไม่ได้ต้องการ ความรัก จากลูกจ้าง

ลูกจ้าง ต้องการเงินแลกงาน ไม่ได้ต้องการ ความรัก จากบริษัท

ถ้ารักงาน ก็จะทำงานสนุก ไม่ทุกข์ ถ้าทำงานแบบทุกข์ งานไม่ดี บริษัทก็ไม่ happy

ทำทุกอย่างให้พอดี สมดุล ใช้ชีวิตมีความสุข แต่นั่นแหละปมปัญหาของมนุษย์ หาความพอดียาก

สุดท้ายอยากฝากถึงพ่อแม่ที่ทำงานเพื่อลูก

หาเงินได้เยอะ ไหน ก็ซื้อความสุขไม่ได้

ช่วงต้นของชีวิตต้องทำดี ลงทุนในเรื่องอื่น ยังทำได้

ทำไมจะลงทุนกับความรักไม่ได้ เมื่อพ่อแม่ลงทุนไม่ดีตั้งแต่ต้นไม่ให้ความรักแก่ลูก

จะมาต้องการความรัก ในช่วงบั้นปลายก็ไม่ได้ ไม่มีการลงทุนไหนที่สำคัญมากกว่าชีวิต

การให้ความรัก เอาใจใส่ลูกมาก ตั้งแต่เขายังเป็นเด็กนี้คือการลงทุนที่ดีที่สุด

พ่อแม่หลายคนอาจจะยังไม่ได้สัมผัสถึงความเจ็บปวด

ปัญหาเหล่านี้ได้รับฟังจากพ่อแม่ มาเยอะ ฟังแล้วหดหู่แทน หากนั่งไทม์แมชีนย้อนเวลากลับไปได้คงจะดี

ดังนั้นปมปัญหาตรงนี้ต้องเริ่มแก้ก่อนจะสาย การทุ่มเวลาในการหาเงินเพื่อครอบครัวจนลืมใส่ใจ ความรัก

สักวันแรงพลังในการทำงานก็จะอ่อนล้า อย่าลืมว่าความรักจากครอบครัวเป็นพลังอันยิ่งใหญ่

ที่จะผลักดันให้มีแรงกายแรงใจในการออกไปทำงานนอกบ้าน

ขอขอบพระคุณที่มา: pantip 40plusposttoday